การวิเคราะห์สารกลุ่มไนโตรซามีนในผลิตภัณฑ์ยาด้วยเทคนิค LC-HRMS

การวิเคราะห์สารกลุ่มไนโตรซามีนในผลิตภัณฑ์ยาด้วยเทคนิค LC-HRMS

การตรวจพบไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในผลิตภัณฑ์ยา ได้กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยที่ได้รับความสนใจทั่วโลก ความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนในระดับ trace ทำให้การวิเคราะห์ที่มีความไวและความแม่นยำสูงมีความสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้นำเสนอศักยภาพของเทคนิค LC-HRMS ในการตรวจวิเคราะห์เพื่อยกระดับการควบคุมคุณภาพยา

     ไนโตรซามีน (Nitrosamines) เป็นสารปนเปื้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมยา เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง การศึกษานี้นำเสนอวิธีการวิเคราะห์สารไนโตรซามีนจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ NDMA, NDEA, NEiPA, NDiPA, NDBA และ NMBA ในผลิตภัณฑ์ยา โดยใช้เทคนิค Liquid Chromatography-High Resolution Mass Spectrometry (LC-HRMS) ที่อาศัยเทคโนโลยี Orbitrap เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดค่า mass-to-charge ratio (m/z) ผลการศึกษาพบว่าวิธีดังกล่าวให้ความเป็นเชิงเส้นที่ดี (R² > 0.9994) ในช่วงความเข้มข้น 0.5–30 µg/L และสามารถตรวจวัดปริมาณต่ำสุด (LOQ) ได้ถึง 0.5 µg/L แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคนิค LC-HRMS ในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาอย่างมีประสิทธิภาพ

 

     ไนโตรซามีนเป็นสารประกอบที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างไนไตรท์ (nitrite) และสารที่มีหมู่เอมีน (amines) ซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ อากาศ อาหาร และผลิตภัณฑ์ยา สารกลุ่มนี้ถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogenic compounds) และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค

ในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานการปนเปื้อนของไนโตรซามีนในยาหลายชนิด โดยเฉพาะยาในกลุ่มที่มีโครงสร้างเป็นอนุพันธ์ของเอมีน ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับไนไตรท์จนเกิดไนโตรซามีนในระดับที่เป็นอันตราย ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA จึงกำหนดให้มีการตรวจสอบสารกลุ่มนี้อย่างเข้มงวด

สารไนโตรซามีนที่มีความสำคัญในการควบคุมคุณภาพยา ได้แก่

  • N-nitrosodimethylamine (NDMA)
  • N-nitrosodiethylamine (NDEA)
  • N-nitrosoethylisopropylamine (NEiPA)
  • N-nitrosodiisopropylamine (NDiPA)
  • N-nitrosodibutylamine (NDBA)
  • N-nitroso-N-methyl-4-aminobutyric acid (NMBA)

เทคนิค LC-HRMS เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีความสามารถในการวิเคราะห์สารในระดับความเข้มข้นต่ำ พร้อมทั้งให้ความจำเพาะและความแม่นยำสูง

หลักการของ LC-HRMS

     เทคนิค LC-HRMS เป็นการรวมกันของ Liquid Chromatography (LC) สำหรับแยกสาร และ High-Resolution Mass Spectrometry (HRMS) สำหรับตรวจวัดมวลของสารอย่างละเอียด โดยใช้เทคโนโลยี Orbitrap ซึ่งสามารถวัดค่า m/z ได้ละเอียดถึงทศนิยม 5 ตำแหน่ง และมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 ppm

เครื่องมือและอุปกรณ์

การศึกษานี้ใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้:

  • ระบบ UHPLC (Thermo Scientific Ultimate 3000)
  • คอลัมน์ C18 (3 µm, 4.6 × 100 mm)
  • เครื่อง Mass Spectrometer รุ่น Q Exactive Focus
  • Mobile phase: 0.1% formic acid ในน้ำ และเมทานอล

การวิเคราะห์

  • อุณหภูมิคอลัมน์: 40°C
  • อัตราการไหล: 400–500 µL/min
  • ปริมาตรฉีด: 5–7 µL
  • โหมดการวิเคราะห์: SIM และ PRM
  • Polarity: Positive และ Negative ตามชนิดสาร

 

การเตรียมตัวอย่าง

การเตรียมตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. Drug substance
  2. Drug product

โดยมีการเตรียมตัวอย่างให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์ LC-HRMS เพื่อให้ได้สัญญาณที่มีคุณภาพและลดการรบกวนจาก matrix

 

ผลการทดลอง

ความเป็นเชิงเส้น (Linearity)

การสร้างกราฟมาตรฐานในช่วงความเข้มข้น 0.5–30 µg/L พบว่า

  • ค่า R² มากกว่า 0.9994 สำหรับสารส่วนใหญ่
  • แสดงถึงความสัมพันธ์เชิงเส้นที่ดีระหว่างความเข้มข้นและสัญญาณ

ความไวของวิธี (Sensitivity)

  • ค่า Signal-to-Noise Ratio (S/N) อยู่ในช่วง 19.9–143.2
  • แสดงถึงคุณภาพสัญญาณที่ดี

Limit of Quantitation (LOQ)

  • สารส่วนใหญ่มี LOQ = 0.5 µg/L
  • NMBA มี LOQ = 1.0 µg/L

ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าวิธี LC-HRMS มีความไวสูง สามารถตรวจวัดสารในระดับ trace ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความแม่นยำในการวัดค่า m/z ของ Orbitrap ช่วยให้สามารถระบุชนิดของสารได้อย่างถูกต้อง ลดโอกาสการเกิด false positive และเพิ่มความเชื่อมั่นในผลการวิเคราะห์

 

     จากผลการศึกษาพบว่าเทคนิค LC-HRMS เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการวิเคราะห์สารกลุ่มไนโตรซามีนในผลิตภัณฑ์ยา เนื่องจากสามารถให้ความไว (sensitivity) ในระดับสูง โดยมีค่า Limit of Quantitation (LOQ) ต่ำถึง 0.5 µg/L สำหรับสารส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีความเป็นเชิงเส้นที่ดีมาก (R² > 0.9994) ครอบคลุมช่วงความเข้มข้นที่เหมาะสมต่อการใช้งานจริงในงานควบคุมคุณภาพ

จุดเด่นสำคัญของเทคนิคนี้อยู่ที่การใช้เครื่องมือ High-Resolution Mass Spectrometry ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี Orbitrap ที่สามารถวัดค่า mass-to-charge ratio (m/z) ได้อย่างแม่นยำในระดับความคลาดเคลื่อนต่ำ (≤ 5 ppm) ส่งผลให้สามารถระบุชนิดของสารได้อย่างถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนจากสารรบกวน (matrix interference) และเพิ่มความเชื่อมั่นในผลการวิเคราะห์ โดยเฉพาะในกรณีของสารปนเปื้อนระดับ trace ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ การผสานกับเทคนิค Liquid Chromatography ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกสาร ทำให้สามารถวิเคราะห์สารไนโตรซามีนหลายชนิดพร้อมกัน (multi-analyte analysis) ได้ในคราวเดียว ลดเวลาและเพิ่มความคุ้มค่าในการวิเคราะห์

ดังนั้น เทคนิค LC-HRMS จึงถูกเลือกใช้เนื่องจากมีความเหมาะสมทั้งในด้านความไว ความจำเพาะ ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการตรวจสอบสารก่อมะเร็งในระดับต่ำในผลิตภัณฑ์ยา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานควบคุมคุณภาพและการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสากล

Application Note ฉบับเต็มอ่านได้ที่นี่ https://www.scispec.co.th/app/2021TH/AN21_LCHRMS_NDMA.pdf

เอกสารอ้างอิง

  1. U.S. Food and Drug Administration (FDA). LC-HRMS Method for the Determination of Six Nitrosamine Impurities in ARB Drugs.