น้ำผึ้งที่หวานละมุนและดูบริสุทธิ์ อาจซ่อนความเสี่ยงที่มองไม่เห็นไว้ภายใน คุณรู้หรือไม่ว่าแหล่งน้ำหวานและสิ่งแวดล้อมรอบรังผึ้งสามารถส่งผลต่อความปลอดภัยของน้ำผึ้งได้โดยตรง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักที่มาของการปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำผึ้ง พร้อมเทคนิคการวิเคราะห์ที่ใช้ควบคุมคุณภาพอย่างมืออาชีพ
น้ำผึ้ง (Honey) เป็นผลผลิตทางธรรมชาติที่มีความซับซ้อนทางชีวภาพ ไม่เพียงแต่มีคุณค่าในฐานะแหล่งพลังงานและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในมิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม น้ำผึ้งถูกจัดว่าเป็น "Bio-indicator" หรือตัวบ่งชี้สภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากผึ้งงาน ($Apis$ $mellifera$) มีรัศมีการหาอาหารกว้างขวาง (เฉลี่ย 3–10 กม.) ทำให้สามารถเก็บตัวอย่างสารจาก ดิน น้ำ และอากาศ ผ่านน้ำหวานและเกสรดอกไม้มาสะสมไว้ในรวงผึ้งได้ อย่างไรก็ตาม การสะสมของ โลหะหนัก (Heavy Metals) จากกิจกรรมของมนุษย์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระดับสากล
การปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำผึ้งสามารถแบ่งออกเป็น 2 แหล่งกำเนิดหลัก (Sources):
1.1 แหล่งกำเนิดจากสิ่งแวดล้อม (Environmental Sources)
พฤติกรรมการดูดซึมของพืช: พืชดูดซับโลหะหนักจากดินที่ปนเปื้อนผ่านระบบราก และส่งผ่านทางท่อลำเลียงไปยังน้ำหวาน (Nectar)
การตกสะสมจากอากาศ (Atmospheric Deposition): ฝุ่นละอองที่มีโลหะหนักจากการจราจร (เช่น Pb, Sb, Cu) และโรงงานอุตสาหกรรม ตกลงบนผิวของดอกไม้และถูกผึ้งเก็บสะสม
1.2 แหล่งกำเนิดจากกระบวนการผลิต (Anthropogenic Sources)
การใช้อุปกรณ์โลหะที่ไม่ใช่เกรดอาหาร (Non-food grade) ในขั้นตอนการสกัดหรือถังเก็บน้ำผึ้ง ซึ่งอาจเกิดการกัดกร่อนและปนเปื้อนโลหะลงสู่ผลิตภัณฑ์ได้
ในการตรวจวิเคราะห์ระดับสูง มักมุ่งเน้นที่กลุ่มโลหะที่เป็นพิษร้ายแรง (Toxic Elements):
| โลหะหนัก | สัญลักษณ์ | แหล่งที่มาสำคัญ | ผลกระทบต่อสุขภาพ |
| ตะกั่ว | Pb | ไอเสียรถยนต์, อุตสาหกรรมสี, เหมืองแร่ | ทำลายระบบประสาทและสมอง, ยับยั้งการสร้างเม็ดเลือด |
| แคดเมียม | Cd | ปุ๋ยฟอสเฟต, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมชุบโลหะ | สะสมในไตทำให้ไตวาย, โรคอิไต-อิไต |
| สารหนู | As | ยาฆ่าแมลง, แหล่งแร่ธรรมชาติ | สารก่อมะเร็ง, ทำลายระบบทางเดินอาหาร |
| ปรอท | Hg | การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล, ขยะเคมี | ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง (Minamata disease) |

เทคนิคการเตรียมตัวอย่างและการวิเคราะห์ (Analytical Methodology)
เนื่องจากน้ำผึ้งมีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำตาล (High Organic Matrix) การวิเคราะห์จึงต้องใช้ความละเอียดสูง:
3.1 การเตรียมตัวอย่าง (Sample Preparation)
เทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากลคือ Microwave-Assisted Acid Digestion โดยการย่อยตัวอย่างด้วยกรดไนตริกเข้มข้น (HNO3) ภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูง เพื่อสลายสารอินทรีย์ให้หมดไป เหลือเพียงไอออนของโลหะในสารละลายใส
3.2 เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced Instrumentation)
ICP-OES (Inductively Coupled Plasma Optical Emission Spectroscopy): หลักการ: ใช้พลาสม่าอุณหภูมิสูง (7,000–10,000 K) กระตุ้นอะตอมให้คายแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะตัว
- ข้อดี: วิเคราะห์ได้เร็ว ตรวจวัดหลายธาตุพร้อมกันได้ดีในระดับ ppm ถึง ppb
ICP-MS (Inductively Coupled Plasma Mass Spectrometry):
- หลักการ: แยกไอออนตามค่ามวลต่อประจุ (m/z)
- ข้อดี: มีความไวสูงสุด (High Sensitivity) สามารถตรวจวัดระดับ Ultra-trace (ต่ำกว่า ppb) ได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานยุโรป (EU) ที่เข้มงวด
มาตรฐานและการควบคุมคุณภาพ (Standards & Quality Control)
การยอมรับผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งในระดับโลกต้องอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐาน เช่น:
- Codex Alimentarius: กำหนดค่าสูงสุดที่ยอมรับได้เพื่อความปลอดภัยระดับสากล
- EU Regulation: มักมีเกณฑ์ที่ต่ำและเข้มงวดกว่าภูมิภาคอื่น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
- มอก. (TISI): มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทยที่ควบคุมคุณภาพน้ำผึ้งในประเทศ
น้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวต่อมลพิษสิ่งแวดล้อมสูง การตรวจวิเคราะห์โลหะหนักจึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการ เฝ้าระวังทางชีวภาพ (Biomonitoring) การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ที่ทันสมัยอย่าง ICP-MS และกระบวนการเตรียมตัวอย่างที่ได้มาตรฐาน จะช่วยรับประกันความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมน้ำผึ้งในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

